Custom Search

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552

ข้าวซอย


สูตรนี้ประยุกต์ตามประสาคนไกลบ้านนะคะทำง่ายๆ รสชาติคล้ายๆข้าวซอยของแท้แหละค่ะ
ถึงแม้จะไม่ใช่ซะทีเดียว

ส่วนประกอบ

เครื่องแกงแดง หรือเครื่องแกงเผ็ดผงกะหรี่
ขิงโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
เส้นบะหมี่ หรือหากหาไม่ได้ ใช้พาสต้าแบบ Linguine ก็ได้
ไก่ปีกบน หรือน่องไก่ จำนวนตามชอบ ใครชอบกินเครื่องในไก่ ใส่ไปด้วยก็ได้ค่ะ
กะทิ

เครื่องเคียง

มะนาว
พริกขี้หนูป่นคั่วน้ำมัน
หอมใหญ่ หรือหอมแดง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ผักกาดดอง
หั่นผักชีต้นหอม หั่นไว้โรยหน้า
เส้นบะหมี่ทอดกรอบ

วิธีทำน้ำแกง
หัวกะทิจำนวนหนึ่ง ใส่หม้อ เคี่ยวให้หอม แตกมัน แล้วเอาเครื่องแกงแดงลงไปผัด
ใส่ผงกะหรี่ประมาณ 1-2 ช้อนชาแล้วแต่ว่าทำมากทำน้อย ใส่ขิงโขลกลงไป ผัดให้หอม
แล้วเอาไก่ปีกบนใส่ลงไป ผัดให้ไก่ตึงตัว หากอยากให้เหลืองน่ากิน ใส่ขมิ้นผงเพิ่มลง
ไปเล็กน้อย ซักปลายช้อนชา ผัดจนหอมแล้วจึงใส่หางกะทิลงไป เคี่ยวให้ไก่สุกและเปื่อย
ปรุงรสตามชอบใจ ด้วยเกลือและน้ำตาลปึก หากชอบเข้มข้น ให้เติมหัวกะทิลงไป
เมื่อจะเสิร์ฟ

วิธีทำพริกคั่วน้ำมัน

น้ำมันพืชใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อนพอควร ใส่พริกป่นลงไป จะเห็นน้ำมันฟู่ คนเร็วๆ รีบดับไฟ
แล้วตักขึ้น ใส่ภาชนะที่เป็นกระเบื้อง
ลวกเส้นพาสต้า หรือเส้นบะหมี่ ใส่ถ้วย ตักน้ำแกงราด มากน้อยตามชอบ โรยหน้าด้วยบะหมี่
ทอดกรอบ ผักชีต้นหอม และหยดซีอิ๊วดำใส่ไปเล็กน้อย เสิร์ฟคู่เครื่องเคียง

เครื่องเคียง



แกงโฮะ

เมื่อทำแกงฮังเล มักมีน้ำแกงที่เหลืออยู่ ส่วนใหญ่ มักจะเอามาทำแกงโฮะ หรือ คั่วโฮะโดยหลักการ คือเอากับข้าวพวกแกงๆ ผัดๆที่เหลือ มารวมกัน หลักการคงคล้ายจับฉ่ายมังคะแต่ที่บ้านมณี จะทำคั่วโฮะโดยการเอาพวกผักๆ มาผัดกับแกงฮังเลที่เหลือค่ะ

ส่วนผสม

1.แกงฮังเลที่เหลือจากมื้อก่อนๆ
2.ผัก เช่น ตำลึง หน่อไม้ดอง หน่อไม้ต้ม ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน ใบผักชีฝรั่ง
(หอมป้อมเป้อ) เห็ดนางฟ้าก็ใส่ได้ ใบมะกรูด หากไม่มีตำลึง ใช้ผักใบเขียวอย่างอื่น
ได้เช่นยอดถั่วลันเตา ผักน้ำ หรือยอดฟักแม้ว ตะไคร้หั่นเฉียง
3.วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่ม
4.พริกขี้หนูสวนประมาณขยุ้มเล็กๆ ตามชอบ

วิธีทำ

ใส่น้ำมันที่ลอยหน้าแกงฮังเล
ลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ตบกระเทียมใส่ซักกลีบ ใส่ตะไคร้ลงไปผัด เอาผักลงไปผัด
เริ่มจากผักที่สุกยากก่อน ใส่แกงฮังเลที่เหลือ แล้วค่อยใส่ผักใบ และพริกขี้หนู ใส่วุ้นเส้น
ชิมรสดู หากไม่เค็ม ปรุงด้วยน้ำปลา เมื่อได้รสที่ต้องการแล้ว โรยใบมะกรูดฉีก ตักเสิร์ฟ
กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ แคบหมู



ขอบคุณที่แวะเข้ามาชิมนะคะ สวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า


แกงฮังเล

แกงฮังเลเข้าปีใหม่แล้ว แถวบ้านที่ลำปางจะมีวันที่ไปวัดกัน เวลาไปวัดก็จะทำแกงฮังเลไปเป็นอีกเทศกาลที่ได้กินแกงฮังเล เบื่อกันไปเลย ในฐานะที่อยู่ไกลบ้าน ลุกมาทำแกงฮังเลกะเค้าบ้างแต่ไม่ได้เอาไปวัดหรอกค่ะ ทำกินกันเอง ให้เข้ากับบรรยากาศช่วงวันหยุดครอบครัว



เครื่องแกงฮังเล
พริกแห้ง เม็ดเล็ก 20 เม็ดใหญ่

5 หอมแดง 2-3 หัว

กระเทียม 5 กลีบใหญ่

ข่า 7 แว่น

ตะไคร้ หั่นละเอียด 2 ต้น

เกลือ 1 หยิบมือ

รากผักชี 1 ราก ตัดติดลำต้นมาประมาณ 1 นิ้ว หั่นละเอียด

ขมิ้น 1 ข้อนิ้ว หรือ ขมิ้นผง ปลายช้อนชา

กะปิประมาณปลายช้อน

โขลกเครื่องแกงทั้งหมด ยกเว้นกะปิ จนกระทั่งละเอียดและเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน

ใส่กะปิ โขลกต่ออีกสักครู่ให้เข้ากัน

ส่วนผสม

หมูสามชั้น หรือส่วนโคนขาหมู หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ แต่ละชิ้นติดหนังมาด้วย ประมาณ ½ โล

ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

ขิง 1 แง่งซอยเป็นเส้น

น้ำมะขามเปียก

กระเทียมดอง ฉีกแยกให้เป็นกลีบๆ พักไว้

ผงแกงฮังเล 1 ซอง

เครื่องแกงฮังเลครึ่งหนึ่งของที่เตรียมไว้ อีกครึ่ง ใส่ภาชนะที่ปิดสนิท แช่ตู้เย็นไว้ใช้ครั้งต่อไปได้

น้ำตาลปี๊บเล็กน้อย

ผงแกงฮังเล หรือฮินเล มีขายเป็นซอง ซองละห้าบาท

แถวบ้านแอม มีขาย ยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียว พี่สาวส่งมาให้ค่ะ



อันนี้กระเทียมดอง ขิงซอยเส้น และถั่วลิสงคั่ว เตรียมไว้ใส่ตอนหลังนะคะ



วิธีทำ

1. เครื่องแกงที่โขลกเสร็จ เอาไปคลุกเคล้ากับหมูสามชั้น โรยด้วยผงแกงฮังเล หมักไว้ซักพัก

2. หม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันไปเล็กน้อย เอาหมูที่หมักเครื่องแกงไว้ ลงไปผัดให้หอม และหมูตึงตัว

3. เติมน้ำลงไปพอท่วม แล้วเคี่ยวทิ้งไว้ จนกระทั่งหมูสุก นุ่ม ถึงตอนนี้ อาจต้องช้อนน้ำมันออกจากผิวหน้าบ้าง น้ำมันที่ช้อนไว้ อย่าทิ้ง เก็บไว้ทำแกงโฮะในมื้อต่อไปได้

4. ใส่ถั่วลิสงคั่วลงไป ใส่ขิง และกระเทียมดองเคี่ยวต่อซักพัก

5.เมื่อหมูเริ่มนุ่มให้ปรุงรสด้วยน้ำมะขาม เกลือ ให้กลมกล่อม ออกรสเค็ม เปรี้ยวเล็กน้อย ตัดรสด้วยน้ำตาลปี๊บนิดหน่อย ใครชอบหวานก็ใส่มากหน่อย